สิทธิเด็ก

กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิด้วยซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 ซึ่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กได้กำหนดหลักการพื้นฐานสำหรับเด็กไว้ 4 ประการ คือ
1. สิทธิที่จะมีชีวิตรอด
2. สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง
3. สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา
4. สิทธิที่ในการมีส่วนร่วม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 53 ได้ให้การรับรองสิทธิของเด็ก เยาวชนและครอบครัวไว้ว่าเขาเหล่านั้นมีสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม เด็กและเยาวชนที่ไม่มีผู้ดูแลสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ได้สะท้อนให้เห็นหลักการและแนวคิดสำคัญ ๆ เกี่ยวกับสิทธิเด็กไว้หลายประการ ดังนี้
1. หลักการและแนวคิดสำคัญ ๆ เกี่ยวกับสิทธิเด็ก
1.1 หลักการเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กและไม่เลือกปฏิบัติ ตามบทบัญญัติที่กล่าวว่าให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ เผ่าพันธุ์ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง ทรัพย์สิน ความทุพพลภาพ การเกิด หรือสถานภาพอย่างอื่นของตัวเด็กเองหรือของพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนั้น
1.2 หลักการยอมรับนับถืออำนาจปกครองของบิดามารดา และหลักการที่ว่าเด็กย่อมเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกับบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเพื่อคงไว้ซึ่งสถาบันครอบครัว โดยมีบทบัญญัติอำนาจหน้าที่ของผู้ปกครองไว้ว่าต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น นอกจากนั้นยังต้องคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนไม่ให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ
1.3 หลักการการแทรกแซงอำนาจปกครองของบิดามารดาโดยอำนาจรัฐ การที่รัฐเข้าไปแทรกแซงอำนาจปกครองเด็กของบิดามารดานั้น ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กเนื่องจากเกิดการกระทำหรือผลบางประการที่กระทบต่อเด็ก เช่น เด็กถูกกระทำโดยมิชอบ เด็กถูกทอดทิ้ง กล่าวคือ เมื่อผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือผู้ปกครองกระทำการใดอันน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพ หรือขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก หรือให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือป้องกันมิให้เด็กได้รับอันตรายหรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
มาตรการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน
นักเรียน หมายถึง เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่า อยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ได้กำหนดมาตรการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ดังนี้
1. เป็นหน้าที่ของโรงเรียนและสถานศึกษาที่จะต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียน นักศึกษา
2. เป็นหน้าที่ของนักเรียน นักศึกษา ที่จะต้องประพฤติตามระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษา หากฝ่าฝืนพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจนำตัวไปมอบให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาเพื่อสอบถามและอบรมสั่งสอนหรือลงโทษตามระเบียบ แล้วแจ้งผู้ปกครองให้ว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง